วัดช้างให้ ปัตตานีวัดช้างให้ ปัตตานี

วัดช้างให้ ปัตตานี เป็นวัดที่ บรรจุอัฐิของ หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ซึ่งเป็นตำนานที่มีการกล่าวขานกันมากกว่า 400 ปี และที่สำคัญยังมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับ หลวงปู่ทวด วัดช้างให้  ที่ศาสนิกชนชาวไทยให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมากในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากท่านได้รับการกราบนิมนต์จากเจ้าเมืองสายบุรี (เขตมาเลเซียในปัจจุบัน] เพื่อให้มาเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดช้างให้นี้ โดยปัจจุบันวัดช้างให้ตั้งอยู่ที่ ตำบลควนโนรี ซึ่งตั้งอยู่ใน อำเภอโคกโพธิ์ ของ จังหวัดปัตตานี | แต่ปัจจุบันก็ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้ามากราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลรวมถึงการเช่าวัตถุมงคลของหลวงพ่อกลับไปไว้บูชากัน 

เพราะสำหรับวัตถุมงคล หรือ พระเครื่องของหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ผู้คนส่วนใหญ่มักจะรู้จักได้ทราบกันเป็นอย่างดี เรื่องของพุทธคุณทางด้านแคล้วคลาดปลอดภัย เรื่องของเมตตามหานิยม ซึ่งแม้แต่อดีตเจ้าอาวาสผู้ล่วงลับไปแล้วของวัดช้างให้อย่าง “พระครูวิสัยโสภณ” หรือที่ใครหลาย ๆ คนรู้จักกันว่าในนาม ทิม ธัมมธโร ได้กล่าวเอาไว้ว่า “ผู้ที่แขวนพระหลวงปู่ทวดแล้วไม่ตายโหง” โดยมีหลักฐานว่าท่านได้กล่าวเอาไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2497

วัดช้างให้ ปัตตานี ประวัติ เป็นอย่างไร

วัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม หรือ ที่เราเรียกกันติดปากว่า วัดช้างให้ เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดปัตตานี |โดยประวัติความเป็นมาของวัดนั้นบ้างก็ว่าเป็นวัดร้าง ไม่ทราบข้อมูลแน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้างหรือสร้างมาตั้งแต่เมื่อใด | แต่ตามในหนังสือ ตำนานเมืองปัตตานี ได้กล่าวไว้ว่า วัดนี้มีความเป็นมากว่า 400 ปีมาแล้ว ตามตำนานเล่าว่า ในช่วงของสมัยพระยาแก้มดำ ซึ่งเป็นเจ้าเมืองไทรบุรี (ปัจจุบันคือรัฐเกอดะฮ์ ประเทศมาเลเซีย) มีความต้องการที่จะสร้างเมืองให้ผู้เป็นน้องสาว (นามว่า เจ๊ะสิตี)ได้ครอบครอง จึงมีการหาฤกษ์ยามเพื่อเสี่ยงสัตย์อธิษฐาน โดยการปล่อยช้างคู่บ้านคู่เมืองให้ออกเดินไปในป่า

โดยมีท่านเจ้าเมือง น้องสาวและไพร่พลออกเดินทางตามช้างเชือกนั้นไปด้วย ซึ่งก็ออกเดินทางเป็นเวลาหลายวัน จนกระทั่งช้างได้หยุดเดินในบริเวณหนึ่งและเดินวนเวียนอยู่ เช่น นั้นและร้องขึ้น 3 ครั้ง ซึ่งท่านเจ้าเมืองก็เห็นว่านี่เป็นนิมิตรหมายอันดีที่จะได้สร้างเมือง ณ พื้นที่แห่งนี้ หากเพียงแต่ว่าน้องสาวของท่านพระยาแก้มดำนั้น ไม่ได้ชอบใจในพื้นที่ดังกล่าว ท่านเจ้าเมืองจึงได้อธิษฐานให้ช้างออกเดินหาพื้นที่ให้ใหม่อีกครั้ง จนได้สถานที่สร้างเมืองโดยให้ชื่อเมืองว่า ปะตานี หรือ ปัตตานีในปัจจุบัน หลังจากนั้นท่านเจ้าเมืองจึงได้เดินทางกลับ และผ่านพื้นที่ที่ช้างร้องบอกให้ในครั้งแรก จึงเกิดความเสียดายจึงสั่งให้สร้างวัดในบริเวณนั้นและให้ชื่อว่า วัดช้างให้ (ซึ่งมีที่มาจากการที่ช้างแสดงนิมิตรหมายให้ท่านเจ้าเมืองทราบ) และเมื่อพระยาแก้มดำกลับถึงเมืองไทรบุรี ก็ได้กราบนิมนต์สมเด็จเจ้าพะโคะ หรือที่ชาวเมืองไทรบุรีเรียกว่า “ท่านลังกา” หรือก็คือ หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด มาเป็นเจ้าอาวาส ณ วัดช้างให้ เมื่อท่านได้เป็นเจ้าอาวาส ท่านก็เดินทางไปมาระหว่างเมืองไทรบุรีและวัดช้างให้

วิหารหลวงปูทวด

จนวันหนึ่งท่านก็ได้กล่าวกับบรรดาลูกศิษย์ อุบาสก อุบาสิกาว่าหากเมื่อใดที่ท่านมรณภาพให้นำศพไปฌาปณกิจ ณ วัดช้างให้ และเมื่อท่านมรณภาพก็ได้นำสรีระของท่านไปทำการฌาปณกิจ ณ วัดช้างให้ โดยฝังอัฐิของท่านไว้ที่วัดช้างให้ และอีกส่วนน้อยนำกลับไปฝังไว้ที่เมืองไทรบุรีเพื่อไว้เป็นที่กราบเคารพบูชา หลังหลวงปู่ทวดได้มรณภาพวัดช้างให้ก็ทรุดโทรม และร้างเพราะไม่มีพระมาอยู่จำพรรษา จนในพ.ศ.2480 พระครูมนูญสมภาร เจ้าอาวาสวัดพลานุภาพ ได้ชักชวนชาวบ้านเข้าไปปรับปรุงวัดเพื่อให้สามารถใช้สำหรับอยู่จำพรรษาได้และได้เชิญให้พระช่วงมาเป็นเจ้าอาวาส จนถึงพ.ศ.2484 ท่านก็ได้ลาสิกขาไป ซึ่งในขณะที่ท่านอยู่วัดช้างให้นั้นก็ได้สร้าง ศาลาการเปรียญ  1 หลัง และกุฎิ 3 หลัง หลังจากนั้นก็ได้พระครูวิสัยโสภณ (อาจารย์ทิม ธมฺมธโร) มาเป็นเจ้าอาวาส ซึ่งหลังจากนั้นประมาณ 5-6 เดือน ก็เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นทำให้วัดไม่ได้มีการบูรณะ จนเมื่อหลังจบสงครามจึงได้มีการบูณะวัดโดยมีการสร้างศาลาการเปรียญใหม่ สร้างอุโบสถ หอฉัน(โรงครัว) สร้างหอระฆัง กุฎิ 8 หลัง สร้างวิหารประดิษฐานรูปหล่อหลวงปู่ทวด สร้างสถูปบรรจุอัฐิหลวงปู่ทวด สร้างเจดีย์ สร้างกำแพงวัด ตลอดจนซื้อที่เพื่อสร้างเป็นโรงเรียนสมเด็จหลวงพ่อทวดขึ้น

ซึ่งตลอดช่วงที่ พระอาจารย์ทิม เป็นเจ้าอาวาสนั้นท่านได้พัฒนาวัดจนเจริญ จนที่เป็นที่รู้จักแก่คนทั่วไปโดยท่านเป็นเจ้าอาวาสจนถึง พ.ศ.2512 รวมแล้วท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดช้างให้อยู่ 28 ปี และปัจจุบันได้มีการสร้างหุ่นขี้ผึ้งของพระอาจารย์ทิมเท่าองค์จริงประดิษฐาน ณ ที่วัดช้างให้ หลังจากนั้นพระครูใบฎีกาขาว ธมฺมรกฺขิโต ก็ได้มาเป็นเจ้าอาวาส จนถึง พ.ศ.2521 และพ.ศ. 2521 ถึง 2543 มีพระไพศาลสิริวัฒน์ (สวัสดิ์ อรุโณ) เป็นเจ้าอาวาส หลังจากนั้น พระครูปริยัติกิจโสภณ (สายันต์ จนฺทสโร) ก็ได้มาเป็นเจ้าอาวาสในปีพ.ศ. 2543 ถึงปัจจุบัน

บริเวณ วัดช้างให้

วัตถุมงคล วัดช้างให้ ปัตตานี

เป็นที่เลื่องลื่อกันว่าวัตถุมงคล พระเครื่องหลวงปู่ทวด แห่งวัดช้างให้นั้นเป็นที่ตามหาของผู้คนมากมายที่มีจิตศรัทธา และเคารพนับถือองค์หลวงปู่ทวด เพราะเชื่อว่ามีพุทธคุณคุ้มครองให้รอดพ้นจากอันตรายต่างๆและเป็นสิริมงคลแก่ผู้บูชา

สำหรับพระเครื่อง วัตถุมงคลรุ่นยอดนิยมก็จะเป็นรุ่นที่หายากและเป็นรุ่นที่สร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ.2497-2512 ซึ่งเป็นช่วงที่หลวงปู่ทวดนั้นเป็นเจ้าอาวาสอยู่ ณ วัดช้างให้ โดยรุ่นที่นิยมก็จะมี พระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน ปี2497 เหรียญพ่อทวด รุ่นแรก ปี2500 พระหลวงพ่อทวด หลังเตารีด ปี2505 เหรียญพ่อทวด พิมพ์เสมา ซึ่งรุ่นที่กล่าวข้างต้นเป็นรุ่นนิยมที่เซียนพระตามหา เพื่อเช่าบูชากันและมีราคาที่สูงตั้งแต่หลักหมื่นไปถึงหลักล้าน แม้รุ่นยอดนิยมนั้นจะเป็นที่หายาก แต่ทางวัดก็ได้มีการสร้างวัตถุมงคล พระเครื่องออกมาให้ได้เช่าบูชาอยู่เรื่อย ซึ่งราคาก็ไม่ได้สูงนักสามารถเช่าบูชาได้ตามกำลังทรัพย์ แม้จะไม่ใช่รุ่นยอดนิยม แต่หากเรามีจิตรศรัทธาแล้วนั้นยอมบังเกิดผลเป็นมงคลแก่ชีวิต

วัตถุมงคล สถานที่เช่่าพระเครื่องของทางวัด
เครดิตภาพ , Dining Room , Pantip , 2561
วัตถุมงคล วัดช้างให้ ปัตตานี

วัดช้างให้ ปัตตานี เช่าพระ

ภายใน วัดช้างให้ จะมีสถานที่ให้เช่าบูชาพระเครื่อง วัตถุมงคล พระหลวงปู่ทวด ซึ่งก็จะมีสถานที่เช่าบูชาของทางวัดเอง คือ สำนักงานมูลนิธิ เป็นตัวอาคารสีเหลือง และด้านข้างอาคารก็จะมีจุดให้เช่าบูชา เช่น กันซึ่งก็มีหลายรุ่น หลายแบบแต่ส่วนใหญ่นั้นจะเป็นวัตถุมงคลรุ่นใหม่ ๆ ไม่ใช่วัตถุมงคลที่นักสะสมตามหากัน

วัดช้างให้ ปัตตานี เช่าพระ
เครดิตภาพ , Dining Room , Pantip , 2561

การเดินทางไปที่วัด

ทางรถไฟ  จากกรุงเทพฯให้ขึ้นรถไฟขบวนสายใต้มาลงที่สถานีชุมทางหาดใหญ่ และมาต่อขบวนสุไหงโก-ลก มาลงสถานีวัดช้างให้ได้เลย เพราะวัดอยู่ติดกับสถานีรถไฟเพียง 150 เมตร

ทางรถยนต์ จากตัวเมืองหาดใหญ่สามารถเลือกใช้ได้ 2 เส้นทางตามความสะดวก

กรณีใช้เส้นทางหลวงสาย 43 ระยะทาง 110 กม. : จากถนนหมายเลข 43 มาถึงทางแยกดอนยางให้ไปทางถนนหมายเลข 42 ผ่านสามแยกนาเกตุมุ่งหน้าไปตำบลบางเขา เข้าถนนหมายเลข 409 และเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าสู่ปน.3032

กรณีใช้เส้นทางหลวงสาย 42 ระยะทาง 119 กม. : ใช้เส้นทางหลวงสาย 42 สายปัตตานี-โคกโพธิ์ ผ่านสามแยกนาเกตุ ตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 409 สายปัตตานี-ยะลา ผ่านอบต.นาประดู่และศูนย์ฝึกอาชีพ (วัดช้างให้) ไปจนถึงทางแยกเพื่อเข้าสู่วัดช้างให้อีกประมาณ 700 เมตร หรือจากอบต.นาประดู่ขับตรงไปและเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าสู่ปน.3032ก็ได้

เวลาเปิด-ปิด

วัดช้างให้ ปัตตานี เปิดให้เข้าชมและสักการะบูชาได้ทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.

ดังนั้นจึงนับว่า วัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญ สำหรับผู้ที่เคารพและศรัทธาในองค์หลวงปู่ทวด ควรที่จะได้แวะเวียนเข้ามาสักครั้งหนึ่งในชีวิต เพื่อมานมัสการเคารพกราบไหว้ยังรูปปั้นขององค์หลวงพ่อและสถูปบรรจุอัฐิของหลวงปู่ทวด เพื่อเป็นสิริมงคลต่อตนเอง ซึ่งเป็นสถานที่จริงที่หลวงปู่ทวดเคยเป็นเจ้าอาวาส และเคยจำพรรษาอยู่ รวมถึงยังสามารถเข้าไป เช่าวัตถุมงคล ที่ปลุกเสกโดยตรงกับทางวัด ซึ่งมีความขลังในเรื่องของพุทธคุณมากยิ่งขึ้น เพื่อนำติดไม่ติดมือไปฝากให้กับครอบครัว บุคคลที่คุณรักรวมไปถึงยังสามารถเก็บสะสมเพื่อเป็นมงคลต่อตนเอง