หลวงปู่มั่น

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เป็นพระมหาเถระชื่อดังที่มีผู้คนเคารพนับถือท่านจำนวนมาก ซึ่งท่านมักจะออกเดินธุดงค์ไปตามป่า เขาทั่วภาคเหนือและอีสานเพื่อธุดงค์ปฏิบัติธรรมแบบพระป่ากรรมฐานและเผยแพร่ธรรม ทำให้ท่านนั้นมีศิษยานุศิษย์มากมายซึ่งมีทั้งพระสงฆ์และฆราวาส ท่านได้ชื่อว่าเป็นพระป่าสายกรรมฐาน จนได้สมัญญานามจากบรรดาศิษย์ เช่นว่า พระอาจารย์ใหญ่สายธุดงค์กรรมฐาน พระกรรมฐานสายวัดป่า เป็นต้น หลวงปู่มั่น นั้นท่านเป็นพระที่ปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดในการปฏิบัติธรรมและยังเผยแพร่พระพุทธศาสนาแก่พระสงฆ์ เณร และฆราวาสให้เข้าใจถึงการปฏิบัติธรรมอย่างถ่องแท้จึงทำให้คำสอนของท่านเป็นที่รักจักแพร่หลายในฐานะเป็นอาจารย์สอนธรรมทางการวิปัสสนากรรมฐาน

ประวัติหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต สกลนคร

หลวงปู่มั่น มีชื่อเดิมว่า มั่น แก่นแก้ว กำเนิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม ปี 2413 ปีมะแม ที่บ้านคำบง ต.โขงเจียม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี หรือก็คือ ต.สงยาง อ.ศรีเมืองใหม่ในปัจจุบัน มีบิดา คือนายคำด้วง มารดา คือนางจันทร์ ในตอนอายุ 15 ปี ท่านได้ตัดสินได้บวชบรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดบ้านคำบง จนเมื่ออายุ 17 ปีบวชได้ 2 ปี บิดาได้มาขอร้องให้ท่านลาสิกขาเพื่อไปช่วยงานทางบ้าน ถึงแม้ว่าท่านจะเสียดายแต่ก็ทำตามคำขอจากบิดา และได้คิดรำพึงในใจว่า “หากมีโอกาสก็จะกลับมาบวชอีกครั้ง” ทั้งได้ย้อนคิดถึงคำพูดของยายที่ได้กล่าวไว้เมื่อตอนท่านยังเด็กว่า “เจ้าต้องบวชให้ยาย เพราะยายได้เลี้ยงดูเจ้ามายากนัก” หลังจากนั้นท่านก็ได้ช่วยงานบิดา มารดา จนกระทั่งท่านอายุได้ 22 ปี ด้วยจิตใจที่ท่านยังคิดหวนถึงการห่มผ้าเหลืองด้วยจิตอันมุ่งมั่นในพุทธศาสนาจึงคิดกลับไปบวชอีกครั้ง จึงได้ไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์และศึกษาพระธรรมที่สำนักพระอาจารย์เสาร์ หรือ หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล ที่วัดเลียบ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

ประวัติหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต สกลนคร
เครดิตภาพ , วิชัย เทียนถาวร , matichon , 2562
  • ในวันที่ 12 มิถุนายน ปี 2436 เมื่ออายุได้ 23 ปี ท่านได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่ วัดเลียบ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี โดยมีพระอริยกระวี (หลวงพ่ออ่อน ธมฺมรกฺขิโต) เป็นพระอุปัชฌาย์ มีพระครูสีเทา ชยเสโน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูประจักษ์อุบลคุณ (หลวงพ่อสุ่ย ญาณสโย) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ โดยท่านได้รับนามฉายาว่า ภูริทตฺโต มีความหมายว่า ผู้ให้ปัญญา ผู้แจกจ่ายความฉลาด และ ได้อยู่ศึกษา ปฏิบัติธรรม ณ วัดเลียบ และ ได้ออกจาริกเดินธุดงค์ติดตามหลวงปู่เสาร์ ไปตามที่ต่าง ๆ ตามลำแม่น้ำโขง
  • ในปี 2443 หลวงปู่หนู ฐิตปญฺโญ หรือ พระปัญญาพิศาลเถร และ พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ได้ออกธุดงค์และไปพำนักจำพรรษา ณ พระธาตุพนม หรือก็คือ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จ.นครพนม จนกระทั่งพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ได้ธุดงค์วิวเวกไปตามที่ต่างๆในจังหวัดอุบลราชธานี นครพนม สกลนคร เลย และธุดงค์ไปที่ประเทศพม่า
  • ในปี 2455 พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ได้ออกธุดงค์เพียงลำพังและได้ไปปักหลักบำเพ็ญเพียรอยู่ที่ ถ้ำสาลิกา จังหวัด นครนายก จนท่านได้เรียนรู้ธรรมในข้อที่ว่า “กายะ ทุกขัง อริยสัจจัง” กล่าวคือ กายเป็นทุกข์ ไม่ทำให้เกิดความสุขให้เรา และเมื่อออกจากถ้ำสาลิกา พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ก็เดินทางไปธุดงค์ไปที่ถ้ำสิงโต เขาพระงาม จังหวัดลพบุรี อยู่ในช่วงหนึ่ง จนพระอุลาบีคุณูปมาจารย์ หรือ จันทร์ สิริจนฺโท ได้เชิญให้ไปจำพรรษาที่กรุงเทพฯ ในปี 2457 เพื่อให้ช่วยอบรมด้านการวิปัสสนากรรมฐานแก่พระสงฆ์ สามเณรและฆราวาส ณ วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร
  • ปี 2458 พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ได้เดินทางกลับไปที่จังหวัดอุบลราชธานี และจำพรรษาอยู่ที่ วัดบูรพาราม หลังออกจำพรรษาท่านก็ได้ออกธุดงค์ไปที่ถ้ำภูผากูด อ.คำชะอี ซึ่งหลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโลได้จำพรรษาอยู่ที่ถ้ำนั้นเพื่อสนทนาธรรมแลกเปลี่ยนอุบายแก้ไขจิตภาวนาซึ่งกันและกัน เมื่อเสร็จสิ้นพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ก็ได้ออกเดินธุดงค์วิเวกไปตามสถานที่ต่างๆในจังหวัดเลย อุดรธานี หนองคาย สกลนคร นครพนม อุบลราชธานี ซึ่งในครั้งนี้ท่านก็ได้เทศนาธรรมปฏิบัติจิตภาวนาจนมีคณะศิษย์ติดตามมากมาย
  • ปี 2475 พระอุลาบีคุณูปมาจารย์ ได้ตั้ง พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต เป็นเจ้าอาวาส ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ ท่านจึงต้องรับตำแหน่งด้วยความจำใจเนื่องจากพระอุลาบีคุณูปมาจารย์ กำลังอาพาธ โดยได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระครูวินัยธรและพระอุปัชฌาย์ ซึ่งท่านจำพรรษาเพียง 1 พรรษา ท่านก็สละตำแหน่งเจ้าอาวาสและพระอุปัชฌาย์แล้วออกธุดงค์วิเวกตามป่าเขาบริเวณภาคเหนือนานถึง 12 ปี(ประมาณปี 2472-2484) นับตั้งแต่ท่านเดินทางมาภาคเหนือจนเป็นเจ้าอาวาสและออกธุดงค์หลังจากนั้น) จนกระทั่งท่านได้บรรลุธรรมอันสูงสุด ณ ถ้ำดอกคำ ตำบลน้ำแพร่ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นก็ได้ธุดงค์ไปพบหลวงปู่ขาว อนาลโย ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของท่านที่ดอยนะโม และ ได้อบรมสั่งสอนลูกศิษย์ให้บรรลุธรรมเป็นจำนวนมาก จนท่านได้นามว่า “พระอาจารย์ใหญ่แห่งวงศ์พระกรรมฐานวัดป่า

จนในช่วงปัจฉิมวัย หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ได้ลงหลักปักฐานและจำพรรษา ณ วัดป่าบ้านหนองผือ จังหวัดสกลนคร หรือในปัจจุบันคือ วัดป่าภูริทัตถิราวาส เพื่อสอนอุบายธรรมเพื่อการหลุดพ้นให้รู้แจ้งเห็นจริงตามอริยสัจ ให้แก่ลูกศิษย์ พระสงฆ์ ฆราวาสทั้งหลาย จนกระทั่งหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้ละสังขารในวันที่ 11 พฤศจิกายน ปี 2492 ด้วยอายุ 79ปี 56พรรษา ณ วัดป่าสุทธาวาส จังหวัดสกลนคร

หลวงปู่มั่น ปาฏิหาริย์

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เป็นพระเกจิอาจารย์ฝ่ายธุดงค์กรรมฐานอันเป็นที่เคารพนับถือของชาวไทย การเกิดปาฏิหาริย์ของหลวงปู่มั่นนั่นเป็นที่เลื่องลือ และมีหลายเรื่องราวที่ให้เล่าขานกันมามากมาย เช่น เมื่อหลวงปู่มั่นมรณภาพอัฐิของท่านได้กลายแปรสภาพเป็นพระธาตุ หรือจะเป็นเรื่องการเจอกายทิพย์ของหลวงปู่มั่น โดยเล่ากันว่าหลวงปู่มั่นมักจะคอยดูแลสอดส่องลูกศิษย์ พระลูกวัด เพื่อดูว่าพระ เณรได้มีการทำเพียรพยายามกันอย่างเต็มที่หรือไม่ หรือมีใครง่วงงาวหาวนอน และมีใครมีจิตส่งออกคิดไปในทางไม่ถูกไม่ควรบ้าง โดยท่านนั้นจะไม่ได้เดินไปดูด้วยตัวท่านเองแต่ท่านจะทอดจิตไปเพื่อคอยดู จนกระทั่งมีพระลูกวัดไปพบท่านขณะคอยสอดส่องพระ เณรอยู่ เป็นต้น

หลวงปู่มั่น พระเครื่อง

จาการสืบหาข้อมูล พบว่า หลวงปู่มั่นนั้นท่านมิได้จัดทำพระเครื่อง หรือวัตถุมงคลใดๆ จะมีก็แต่บรรดาศิษญ์ที่เป็นพระเถระของท่านที่จัดทำขึ้น เช่น พระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล) พระญาณวิศิษฏ์สมิทธิวีราจารย์ (หลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม) หลวงปู่ขาว อนาลโย หลวงปู่ฝั้น อาจาโร หลวงปู่ชอบ ฐานสโม พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน) เป็นต้นทั้งนี้ยังมีอีกมายมายหลายท่าน แต่ที่เป็นที่โด่งดังก็คงจะเป็นเหรียญหลวงปู่มั่นรุ่นแรก

หากข้อมูลผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้

บันทึกลับ หลวงปู่มั่น

เป็น บันทึกของปู่หล้า เขมปตฺโต ที่ท่านบันทึกด้วยลายมือของท่านเองว่าด้วยเรื่องฝ่าเท้าของหลวงปู่มั่นที่ไม่ได้บันทึกไว้ในชีวประวัติของท่าน ใจความสรุปได้ว่า ฝ่าเท้าของหลวงปู่มั่นทั้งสองข้างนั้นมีลักษณะเป็นตาหมากรุกทั้งสองข้าง โดยหลวงปู่มั่นท่านกล่าวขณะสรงน้ำว่า “ฝ่าเท้าของเราไม่เหมือนของผู้อื่น” โดยท่านพูดด้วยเสียงเบาๆ ทำให้ผู้ที่จะได้ยินได้นั้นตั้งเป็นผู้ที่ตั้งใจฟังจริง ๆ และท่านก็พูดเพียงครั้งเดียว (หลวงปู่หล้าท่านได้ยินและท่านเป็นผู้ถูฝ่าเท้าให้หลวงปู่มั่นจึงเห็นตามที่ท่านได้กล่าวนั้นเป็นจริง)ซึ่งจุดนี้เป็นพระลักษณะที่สำคัญมากแต่ไม่ได้มีการบันทึกลงในชีวประวัติ ทั้งนี้ที่หลวงปู่หล้าได้เขียนบันทึกไว้มีเนื้อความมากกว่าแต่เราสรุปคราว ๆ ไว้เท่านี้

รายละเอียดบันทึกฉบับเต็มตามรายละเอียดตามลิ้งค์นี้ (ที่มา https://bit.ly/3o8ypzd )

หลวงปู่มั่น
เครดิตภาพ , nintara1991 , goodlifeupdate , 2562